career

เกร็ดความรู้การทำงาน


เจาะลึกการทำงานแบบ Work from Anywhere ของ SCB กับผลลัพธ์ ที่ออกมาดีเกินคาด


เมื่อสถานการณ์ COVID-19 เกิดขึ้น หลายองค์กรก็ต่างพากันปรับตัวเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาด ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดย SCB ได้มีการให้พนักงานทำงานแบบ Work from Home

Remote Working ทำให้การทำงานสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

การทำงานแบบ Remote Working ทำให้ SCB ทลายกรอบการทำงานแบบเดิม ๆ เดิมทีกระบวนการพิจารณา และอนุมัติเอกสารมีหลายขั้นตอน ใช้ระยะเวลานาน ทำให้มีข้อจำกัดเรื่องความเร็วในการทำงาน แต่เมื่อทำงานแบบ Work from Anywhere ด้วย Remote Working ทำให้วิถีการทำงานเปลี่ยนไป เช่น กระบวนการรับพนักงานใหม่ ต้องมีการอนุมัติเอกสารหลายขั้นตอน การจัดเก็บและแสดงข้อมูลอย่างทั่วถึงทำได้ยาก แต่เมื่อปรับรูปแบบการทำงานเป็นแบบออนไลน์โดยนำเครื่องมือที่ใช้อยู่แล้วมาขยายไปยังทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ก็ทำให้สามารถเชื่อมต่อข้อมูล และจัดการแสดงผลข้อมูลได้ตรงกันทั้งหมด รวมถึงสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ปรับปรุงกระบวนการได้สะดวกยิ่งขึ้น

“ Work from Anywhere ได้รับผลตอบรับที่ดีจากพนักงาน และประสิทธิภาพในการทำงานเป็นที่น่าพอใจ ”

ประชุมออนไลน์ทำให้พนักงานกล้าเสนอไอเดีย และฝึกทักษะการฟัง

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการ Work from Anywhere ที่ทาง SCB เจอก็คือพนักงานกล้านำเสนอไอเดียกันมากขึ้นเมื่อมีการประชุมออนไลน์ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลามีการประชุม หลายคนจะแค่นั่งฟังเงียบ ๆ ไม่ค่อยกล้านำเสนอไอเดียความคิดเห็นเวลาอยู่ต่อหน้าหัวหน้าที่มักจะนั่งอยู่หัวโต๊ะ แต่เราใช้ประชุมแบบออนไลน์ที่เป็นการเห็นผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก็ทำให้หลายคนรู้สึกเท่าเทียมและประหม่าน้อยลง ทำให้กล้าที่จะพูดเสนอไอเดียมากขึ้น รวมถึงทักษะการฟังก็ดีขึ้นด้วย เพราะในการประชุมเราไม่สามารถพูดพร้อมกันได้ ดังนั้นจึงเกิดการฟังกันมากขึ้นเพื่อที่จะได้โต้ตอบกันได้อย่างเหมาะสม

หลังจากนั้นบริษัทจึงมีนโยบายให้พนักงานทำงานแบบ “Work from Anywhere” หรือทำงานที่ไหนก็ได้ไปเลย

ทุกแผนกสามารถวางแผนวิธีการทำงานของตัวเองได้ โดยยึดถือวัฒนธรรม การทำงานเดียวกัน

วัฒนธรรมการทำงานของ SCB มี 4 อย่างคือ

1.

ยึดถือลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

(Customer Centric)

2.

ความรวดเร็ว

(Speed)

3.

สร้างนวัตกรรม

(Innovation)

4.

ยึดถือลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

(Customer Centric)

ในแต่ละแผนกสามารถวางแผนงานและบริหารจัดการวิธีการทำงานของตัวเองได้โดยการยึดถือวัฒนธรรมในการทำงานเดียวกัน โดยสิ่งที่สำคัญในการทำงานคือการสื่อสาร แม้การทำงานแบบออนไลน์จะไม่ได้เจอกันเหมือนเดิม แต่การสื่อสารยังสามารถทำได้ดีเช่นเดิม


คนมักเข้าใจผิดว่า Work from Anywhere ที่เจอกันน้อยลง จะทำให้คุยกันน้อยลงไปด้วย

พนักงานของ SCB ไม่ได้ตอกบัตรเข้าออกงานแล้ว เพราะมันไม่ใช่ปัจจัยสำคัญของการทำงานแบบ Work from Anywhere ปัจจัยสำคัญของการทำงานแบบนี้อยู่ที่เป้าหมายและผลลัพธ์ของงาน ซึ่งหัวหน้าแผนกต่าง ๆ เองก็ต้องมีบทบาทในการกำหนดเป้าหมาย และขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ ดังนั้นการทำงานแบบเดิมที่ต้องเข้าออฟฟิศและลงเวลาจึงไม่ได้เป็นเครื่องการันตีผลงาน

ปรับกระบวนการสรรหาพนักงาน และการดูแลพนักงานใหม่

สำหรับการสรรหาบุคลากร ได้มีการปรับเปลี่ยนหลายอย่าง การสัมภาษณ์ที่เมื่อก่อน SCB จะสัมภาษณ์แบบเผชิญหน้า (Face to Face) เท่านั้น แต่ปัจจุบันได้ปรับให้มีการสัมภาษณ์ออนไลน์ด้วย และเมื่อพนักงานเข้ามาเริ่มงานแล้ว สิ่งที่ท้าทายต่อมาคือการทำให้พนักงานใหม่เข้าใจว่า SCB มีกระบวนการทำงานอย่างไร ซึ่งแต่ละแผนกก็จะแตกต่างกันตามลักษณะของงาน โดยหัวหน้างานจะวางแผนว่าจะให้เขาเรียนรู้งานอย่างไร และทำความรู้จักเพื่อนร่วมงานทั้งในและนอกแผนกด้วยวิธีไหน

ในช่วงแรกจะให้พนักงานใหม่เข้าออฟฟิศก่อน เพราะอยากให้เขาได้ทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงานให้มาก รวมทั้งจะมีการประชุมรายสัปดาห์กันเป็นประจำอยู่แล้ว ทำให้พนักงานที่เข้ามาใหม่ได้เจอและทำความรู้จักกับคนอื่น ๆ หรืออย่างฝ่าย HR ก็มี Daily Update ที่เป็นการประชุมสั้น ๆ ประมาณครึ่งชั่วโมงผ่านทางออนไลน์ทุกวัน ข้อดีคือทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น เพราะการประชุมทุกวันจะทำให้รู้ว่าใครกำลังทำอะไรอยู่บ้าง

เวลาเข้างานไม่สำคัญเท่าเป้าหมาย และ ผลลัพธ์ของงาน

พนักงานของ SCB ไม่ได้ตอกบัตรเข้าออกงานแล้ว เพราะมันไม่ใช่ปัจจัยสำคัญของการทำงานแบบ Work from Anywhere ปัจจัยสำคัญของการทำงานแบบนี้อยู่ที่เป้าหมายและผลลัพธ์ของงาน ซึ่งหัวหน้าแผนกต่าง ๆ เองก็ต้องมีบทบาทในการกำหนดเป้าหมาย และขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ ดังนั้นการทำงานแบบเดิมที่ต้องเข้าออฟฟิศและลงเวลาจึงไม่ได้เป็นเครื่องการันตีผลงาน


เปลี่ยนออฟฟิศแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็น Co-working Space

ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ COVID-19 และมีนโยบายการทำงานแบบ Work from Anywhere ทำให้ตอนนี้พนักงานแทบทุกคนไม่มีโต๊ะประจำตัว รวมถึงผู้บริหารของ SCB ก็ไม่มีออฟฟิศส่วนตัวแล้วเช่นกัน เพราะเอาห้องเหล่านั้นมาปรับเป็นห้องประชุมที่พนักงานสามารถใช้ได้ รวมถึงห้องอาหารผู้บริหารก็ถูกเปลี่ยนเป็น Co-working Space ให้ทุกคนได้หามุมนั่งทำงานด้วย ยกเว้นบางแผนกที่ต้องเข้ามาทำงานประจำเท่านั้น ซึ่งเรียกได้ว่าการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ให้ทุกคนได้ทำงานร่วมกัน หรือพบประพูดคุยกลายเป็นการทำงานรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้น


จัดหาอุปกรณ์ และเทคโนโลยีอย่างครบครัน ให้มั่นใจว่าการทำงานของพนักงานจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ในเรื่องของเครื่องมือที่ใช้ในการทำงานของพนักงาน SCB ก็มีให้อย่างเต็มที่ โดยจะใช้โปรแกรม Microsoft Office 365 เป็นหลัก มี Microsoft SharePoint สำหรับการเก็บเอกสาร ซึ่ง SCB จะเน้นว่าเอกสารทุกอย่างจำเป็นต้องเข้าถึงจากที่ไหนก็ได้ รวมถึงเรื่องการใช้ Data ที่เมื่อทุกอย่างเป็นออนไลน์มากขึ้น ก็ทำให้มีข้อมูลมากขึ้น จึงมีการใช้ Power BI ในการนำข้อมูลนั้นมาแสดงในรูปแบบ Dashboard ต่าง ๆ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ นอกจากนี้ธนาคารยังได้แจกซิมการ์ดที่มีแพคเกจที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตได้เยอะ เพราะการทำงานแบบ Work from Anywhere ต้องมีอินเตอร์เน็ตที่ดีให้กับพนักงานอีกด้วย

ดูแล ใส่ใจ ปรับสวัสดิการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป

เมื่อก่อน SCB จะมีห้องพยาบาลอยู่ที่สำนักงานใหญ่ แต่พอพนักงานต้องทำงานอยู่บ้าน ธนาคารจึงมีระบบที่เรียกว่า SCB Telecare สำหรับพนักงานที่เจ็บป่วย สามารถเข้าระบบทำนัดไปพูดคุยกับหมอโดยตรงจากโรงพยาบาลได้เอง และทางโรงพยาบาลจะจัดส่งยาถึงที่บ้านภายในวันนั้นเลย อย่างไรก็ตาม SCB ไม่ได้ดูแลพนักงานแค่เจ็บป่วยทางกายเท่านั้น แต่ยังดูแลเรื่องการเจ็บป่วยทางใจด้วย เหตุเพราะ COVID-19 อาจทำให้พนักงานหลายคนเครียดกันมาก ธนาคารจึงจัดให้มีนักจิตวิทยามืออาชีพที่คอยให้คำปรึกษาแก่พนักงานเป็นการส่วนตัว โดยหากพนักงานที่มีปัญหาไม่สบายใจ ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว สามารถทำนัดไปคุยกับนักจิตวิทยาได้เองผ่านระบบ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนเองก็ได้

นอกจากนั้นธนาคารก็ยังเป็นห่วงเรื่องการเงินของพนักงานที่ครอบครัวได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ด้วย จึงมีสินเชื่อพิเศษไม่มีดอกเบี้ยให้กับพนักงานที่ครอบครัวของเขาขาดรายได้จากสถานการณ์การระบาดนี้อีกด้วย

Work from Anywhere เป็นจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนรูปแบบการทำงานของ SCB ให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น สามารถบริหารจัดการให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม รวมทั้งสามารถรักษาความสัมพันธ์ของพนักงานให้ดีแม้ไม่ได้เจอหน้ากัน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับว่าเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ตอบโจทย์วิถีการทำงานรูปแบบใหม่ได้เป็นอย่างดี